ประโยชน์ว่านนางตัด

ว่านนางตัด กับความหลากหลายของชื่อ

สมุนไพรว่านนางตัดเป็นชื่อที่เรียกกันทั่วไป โดยเฉพาะในจังหวัดสตูลและตรัง แต่ชื่อในท้องถิ่นจะถูกเรียกว่าพิลังสาหรือว่านนางสัด ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันในแถบจังหวัดชุมพรและนครศรีธรรมราช

ส่วนว่านนางตัดในชื่อวิทยาศาสตร์ มีชื่อว่า Labisia pumila (Blume) F.-Vill. & Naves

ลักษณะทางพันธุศาสตร์ของว่านนางตัด

ว่านนางตัดมีลักษณะของต้นเป็นไม้ล้มลุกกึ่งไม้พุ่มขนาดเล็ก ลำต้นสูงประมาณ 5-15 เซนติเมตร บริเวณลำต้น ก้านใบ และช่อดอก มีเกล็ดสีน้ำตาลแดงหนาแน่น ส่วนใบเป็นใบเดี่ยว เรียงเวียน ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ปลายใบแหลม แผ่นใบด้านล่างมีเกล็ดสีน้ำตาลแดงกระจายอยู่ทั่วบนเส้นกลางใบ ภายในใบมีเส้นแขนงใบจำนวนมาก

ว่านนางตัดเป็นไม้พุ่มที่มีดอก ขนาดช่อดอกยาวประมาณ 2-8 มิลลิเมตร ใน 1 ช่อจะมีดอกอยู่ราว ๆ 7 ดอก กลีบดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม มีจุดโปร่งใสกระจาย สีกลีบดอกเป็นสีขาวหรือขาวอมชมพู และมีผลทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 มิลลิเมตร ผิวด้านนอกมีต่อมเรียวยาวกระจาย

แหล่งปลูกว่านนางตัดและพื้นที่กระจายพันธุ์

ในไทยจะพบว่านนางตัดทางภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่านนางตัดมักจะปลูกได้ดีในพื้นป่าดิบชื้น มีร่มเงา ตามริมลำธารหรือพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 100-800 เมตร

ส่วนเขตการกระจายพันธุ์จะอยู่แถบกัมพูชา คาบสมุทรมลายู บอร์เนียว ชวา และเกาะสุมาตรา

ว่านนางตัด สรรพคุณนี้ที่ร่ำลือ

นายอับดล หรอหมาน หมอยาภาคใต้ได้บรรยายสรรพคุณของว่านนางตัดไว้ว่า ว่านนางตัดมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน แก้ฝ้าจากสาเหตุประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ช่วยกระชับมดลูก แก้ปัญหามดลูกหย่อนคล้อย เพิ่มการไหลเวียนโลหิต อีกทั้งยังมีสรรพคุณด้านบำรุงกำลังทางเพศในผู้หญิง โดยเฉพาะหญิงวัยกลางคนให้มีสมรรถภาพทางเพศดีขึ้น ช่วยให้เรื่องบนเตียงกลับมากระชุ่มกระช่วยอีกครั้ง

นอกจากนี้ว่านนางตัดยังช่วยแก้อาการวัยทอง เพราะจะเข้าไปปรับสมดุลการไหลเวียนโลหิตให้เป็นปกติ และสำหรับเพศชายก็ยังสามารถใช้ว่านนางตัดเป็นสมุนไพรบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกาย หรือหากมีอาการโรคบิด ท้องอืด หรือโรคไขข้อ สมุนไพรอย่างว่านนางตัดก็บรรเทาและแก้อาการของโรคเหล่านี้ได้

วิธีรับประทานสมุนไพรว่านนางตัด

นำว่านนางตัดทั้งส่วนของราก ใบ และลำต้น ไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาต้มกับน้ำในปริมาณ 1 ลิตร ต้มนาน 30 นาที เสร็จแล้วให้กรองเอาแต่น้ำมาดื่มเป็นชาได้ตลอดเวลา โดยน้ำว่านจะมีรสฝาด ไม่ขม และมีกลิ่นหอมรับประทานง่าย สามารถดื่มได้ 3 เวลา ทั้งเช้า กลางวัน และเย็น

ทั้งนี้ว่านนางตัดก็เป็นสมุนไพรตัวเด็ดที่เริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อย่างประเทศมาเลเซียและซาอุดีอาระเบีย แต่อย่างไรก็ตาม การใช้สมุนไพรใด ๆ ควรศึกษาข้อมูลของสมุนไพรชนิดนั้นให้ถี่ถ้วน หรือทางที่ดีควรปรึกษากับแพทย์แผนไทยหรือแพทย์ประจำตัวก่อนใช้สมุนไพรด้วยนะคะ