มะเขือพวง

มะเขือพวงที่คนไทยนิยมใส่ลงในอาหารไทยหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวาน พะแนง หรือในน้ำพริกต่าง ๆ นอกจากสรรพคุณทางยาพื้นบ้านของไทยแล้ว มะเขือพวงก็ยังสามารถช่วยลดรับระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย โดยมีการศึกษากับหนูทดลองพบว่า น้ำมะเขือพวงสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ขณะที่สรรพคุณในการช่วยย่อยอาหารก็เด่นไม่เป็นรองใคร หากคราวหน้าเจอมะเขือพวงในอาหารอย่าเขี่ยทิ้งล่ะ

ตำลึง

ตำลึง สมุนไพรที่ถูกนำมาใช้รักษาเบาหวานนานนับพันปี โดยตำราแพทย์แผนอายุรเวทระบุไว้ว่า ตำลึงสามารถใช้ในการรักษาโรคเบาหวานได้แทบจะทุกส่วนของต้น ไม่ว่าจะเป็นราก เถา หรือใบ อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีพอ ๆ กับโสม แค่เพียงรับประทานตำลึงเพียงวันละ 50 กรัม ติดต่อกันเป็นประจำทุกวันก็สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้เป็นปกติได้

เห็ดหลินจือ

อีกหนึ่งสุดยอดสมุนไพรจีนล้ำค่าที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยา ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในการรักษาโรคมะเร็งเท่านั้น แต่ยังมีคุณกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอีกด้วย เนื่องจากในเห็ดหลินจือมีสารในกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งที่มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน อีกทั้งยังช่วยให้น้ำตาลที่อยู่ในเลือดถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง

ตดหมูตดหมา

แม้ว่าชื่ออาจจะแปลกไปสักนิด แต่สรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือดนั้นไม่มีบกพร่องเลยแม้แต่น้อย โดยมีการศึกษาในสัตว์ทดลองพบว่า สารสกัดของใบตดหมูตดหมาสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ด้วยการเพิ่มการหลั่งของอินซูลินในร่างกาย อีกทั้งสมุนไพรชนิดนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกเพียบ และลดไขมันในเลือดได้ ขณะที่สรรพคุณทางยาพื้นบ้านก็ยังมีอีกไม่น้อย ไม่ว่าจะช่วยล้างพิษ แก้ท้องอืด ท้องผูก ถ่ายพยาธิ แก้อ่อนเพลีย ตกเลือด หรือแม้แต่แก้ปวดเมื่อยก็ช่วยได้เช่นกัน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านไทยที่นำมาใช้แล้วไม่ผิดหวัง

มะระขี้นก

มะระขี้นก สมุนไพรไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดระดับน้ำตาลในเลือด เรียกว่าเป็นสมุนไพรที่เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างแท้จริง ด้วยเพราะสารซาแรนติน (Charatin) ในผลมะระขี้นกที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ต้านอาการของโรคเบาหวาน และช่วยเพิ่มการหลั่งของอินซูลินจากตับอ่อน เพิ่มความทนทานต่อกลูโคสของร่างกาย และช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้มะระขี้นกยังช่วยยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส (Alpha-glucosidase) อันเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน ขณะที่การรับประทานมะระขี้นกเป็นประจำก็สามารถชะลอความผิดปกติของไต และความเสื่อมของเส้นประสาทในร่างกายจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน ไม่เพียงเท่านั้นยังชะลอการเกิดโรคต้อกระจกในผู้ป่วยเบาหวานด้วย นอกจากนี้มะระขี้นกยังมีคุณประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกายอีกมากมาย และสามารถนำมารับประทานได้แบบสด ๆ เป็นผักเคียงน้ำพริกได้เลย ดีแบบนี้ไม่หามาลองก็คงจะไม่ได้แล้วล่ะ

ว่านหางจระเข้

นอกจากประโยชน์ในด้านการรักษาแผลไม้และปัญหาเกี่ยวกับผิวอื่น ๆ แล้ว ว่านหางจระเข้ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาประจำเดือนผิดปกติได้ด้วยเช่นกัน โดยการศึกษาในเดือนเมษายนปี 2004 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ Journal of Ethonophamacology ได้เปิดเผยว่า การรับประทานสารสกัดจากว่านหางจระเข้ส่งผลดีกับรังไข่ ทำให้ภาวะไข่ตกเป็นไปตามธรรมชาติ และรอบเดือนเป็นปกติ

ขิง

ขิงเป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่สามารถช่วยรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Vegetarian Times เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 1996 พบว่า การรับประทานขิงอย่างน้อยวันละ 5 กรัมเป็นประจำทุกวันจะช่วยบำรุงรอบเดือน ลดภาวะประจำเดือนมาผิดปกติ อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดประจำเดือน วิธีการรับประทานก็ง่าย แค่เพียงนำขิงสดไปต้มในน้ำเดือด 5-7 นาที แล้วนำมาดื่ม 3 เวลาหลังอาหาร ถ้าทำเป็นประจำคุณสาว ๆ จะพบความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแน่นอน

ชะเอมเทศ

จากการศึกษาของศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ พบว่า ชะเอมสามารถช่วยรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติได้ เนื่องมาจากสารกลีซีร์ริซิน (glycyrrhizin) ที่อยู่ในชะเอมมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจน อีกทั้งยังมีฤทธิ์ควบคุมระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนให้อยู่ในภาวะปกติอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ชะเอมเทศยังช่วยรักษาอาการอักเสบได้ทุกชนิด และทำให้ปวดประจำเดือนน้อยลง แต่ทั้งนี้ก็ควรรับประทานชะเอมเทศในปริมาณที่พอเหมาะ นั่นก็คือ 0.2-15 กรัม ต่อวันค่ะ

ใบสะระแหน่

ในการรักษาแบบแพทย์แผนอายุรเวท ใบสะระแหน่ถูกนำมาใช้เพื่อรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติ ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน เพราะฤทธิ์ของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย กระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น โดยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยชาเฮดของอิหร่าน และมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตหะราน ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร DARU Journal of Pharmaceutical Sciences พบว่าผู้หญิงที่มีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นภาวะประจำเดือนขาด หรือประจำเดือนมามากหรือน้อยผิดปกติ เมื่อรับประทานน้ำเชื่อมสะระแหน่ในปริมาณ 45 มิลลิกรัมต่อวัน ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ มีประจำเดือนดีขึ้นถึง 68.3% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับประทานยาหลอก อีกทั้งในการศึกษายังไม่มีผลข้างเคียงตามมาอีกด้วย การนำมารับประทานก็ไม่ยาก แค่เพียงนำใบสะระแหน่แห้ง มาบดให้เป็นผงแล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา วันละ 3 ครั้ง หรือจะชงเป็นชาดื่มร้อน ๆ ขณะที่ปวดประจำเดือนก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นค่ะ

เมล็ดผักชี

เราอาจจะเคยได้ยินว่าการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อย ๆ ลดอาการปวดฟันได้ นั่นเป็นเรื่องจริงค่ะ แต่ถ้าบ้วนบ่อยเกินไปอาจจะได้ผลเสียจากเกลือที่ผสมกับน้ำแทน เพราะในเกลือมีโซเดียมสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสุขภาพ ฉะนั้นขอแนะนำให้ลองนำเมล็ดผักชีไปต้มกับน้ำ แล้วนำมาบ้วนปากบ่อย ๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะได้รับโซเดียมมากเกินไป แถมยังบรรเทาอาการปวดฟันได้อีกด้วย ดีกว่าน้ำเกลือเยอะเลยเห็นไหมล่ะคะ